ประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้มาติดต่อศูนย์การเรียน

ศูนย์การเรียนเครสท์สคูล (“ศูนย์การเรียน”) เคารพและให้ความสำคัญในสิทธิความเป็นส่วนตัวเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อ ผู้ปกครอง บุคคลภายนอก ผู้รับเหมา หรือผู้ใช้บริการ ที่เข้ามาติดต่อหรือเข้าพื้นที่อาคารและพื้นที่เขตหวงห้ามของศูนย์การเรียน (“ท่าน”) ศูนย์การเรียนมีความตระหนักถึงความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ภายใต้ความดูแลของศูนย์การเรียน และมุ่งมั่นที่จะจัดการข้อมูลดังกล่าวด้วยวิธีการที่มั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ 

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ศูนย์การเรียนจึงได้จัดทำประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับผู้มาติดต่อศูนย์การเรียนฉบับนี้ (“ประกาศ”) ขึ้น เพื่ออธิบายถึงวิธีการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว พร้อมทั้งชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย (รวมเรียกว่า “การประมวลผล”) ข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนวัตถุประสงค์ในการประมวลผลและสิทธิต่าง ๆ ของท่าน ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ประเภทและแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล 

1.1 ศูนย์การเรียนอาจจัดเก็บ รวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาติดต่อในการเข้าอาคารหรือสถานที่ ขณะที่ท่านติดต่อศูนย์การเรียน ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ ภาพถ่าย หมายเลขทะเบียนรถ เวลาเข้า-ออกสถานที่ หรือหน่วยงานต้นสังกัด โดยอาจมีการจดบันทึกข้อมูลดังกล่าวลงในสมุดบันทึกผู้มาติดต่อ โดยผู้มาติดต่อกรอกข้อมูลด้วยตนเอง หรือแจ้งให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จดบันทึก รวมถึงการบันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวผ่านระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ภายในและรอบบริเวณศูนย์การเรียน และระบบความปลอดภัยที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการภายนอก และเอกสารอื่นใดที่ใช้เพื่อเป็นหลักฐานในการติดต่อศูนย์การเรียน โดยในการเข้าพื้นที่ ศูนย์การเรียนอาจมีความจำเป็นต้องขอดูเอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบอนุญาตขับขี่ เพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และอาจจำเป็นต้องดำเนินการเก็บรักษากายภาพเอกสารดังกล่าวของท่านไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อแลกกับ “บัตรผู้มาติดต่อ (Visitor Card)” ตลอดระยะเวลาที่ท่านอยู่ภายในพื้นที่ศูนย์การเรียน และศูนย์การเรียนจะส่งคืนเอกสารดังกล่าวให้แก่ท่านเมื่อท่านทำการคืนบัตรผู้มาติดต่อและเดินทางออกจากพื้นที่

1.2 ศูนย์การเรียนไม่มีความประสงค์จะจัดเก็บ รวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน แต่หากข้อมูลดังกล่าวปรากฏอยู่บนเอกสารที่ท่านใช้แลกบัตรผู้มาติดต่อ (เช่น ข้อมูลศาสนา หรือหมู่เลือด บนบัตรประจำตัวประชาชน) ศูนย์การเรียนขอยืนยันว่าศูนย์การเรียนเพียงแต่ทำการเก็บรักษากายภาพของเอกสารนั้นไว้ชั่วคราวเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัยและการยืนยันตัวตนเท่านั้น โดยจะไม่มีการคัดลอก บันทึก นำไปใช้ หรือนำข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวไปประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดโดยเด็ดขาด และศูนย์การเรียนมีมาตรการในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเอกสารดังกล่าวในระหว่างที่อยู่ในการครอบครองของศูนย์การเรียน (ในกรณีที่ศูนย์การเรียนทำการเก็บหลักฐานโดยการถ่ายสำเนา ศูนย์การเรียนจะดำเนินการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวดังกล่าวก่อนการจัดเก็บ)

ข้อ 2. วัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูล

ศูนย์การเรียนอาจอาศัยหรืออ้าง (1) ฐานความยินยอม เพื่อประมวลผลข้อมูลของท่าน (2) ฐานการปฏิบัติตามสัญญา สำหรับการเริ่มต้นทำสัญญา หรือการเข้าทำสัญญา หรือการปฏิบัติตามสัญญากับท่าน (3) ฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของศูนย์การเรียน (4) ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของศูนย์การเรียนและของบุคคลภายนอก (5) ฐานการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล และ/หรือ (6) ฐานประโยชน์สาธารณะสำหรับการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจรัฐ หรือฐานทางกฎหมายอื่น ๆ ตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด แล้วแต่กรณี ซึ่งในประกาศฉบับนี้ ศูนย์การเรียนจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามวัตถุประสงค์ และฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

ลำดับ

วัตถุประสงค์

ฐานทางกฎหมาย

1

เพื่อใช้ตรวจสอบ ยืนยันตัวตน เป็นหลักฐานประกอบในการแลกบัตรผู้มาติดต่อในการเข้าอาคารหรือสถานที่ รวมถึงอาจมีการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอื่น เพื่อมาตรการรักษาความปลอดภัย

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

2

เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้บริการอาคารและทรัพย์สินของอาคารหรือสถานที่ โดยหากท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว จะไม่สามารถเข้าใช้อาคารหรือสถานที่ได้

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

3

เพื่อเป็นพยานหลักฐานกรณีเกิดเหตุอาชญากรรม อุบัติเหตุ หรือการติดตามทรัพย์สินสูญหาย ที่เกิดขึ้นภายในหรือบริเวณอาคาร 

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

4

เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ทั้งใน และต่างประเทศที่ใช้บังคับ และเพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เช่น การปฏิบัติตามหมายเรียก คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลศูนย์การเรียน หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ รวมถึงการดำเนินการที่เกี่ยวกับกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินคดี

การปฏิบัติตามกฎหมาย

5

เพื่อการคัดกรอง เฝ้าระวัง และป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อภายในพื้นที่ศูนย์การเรียน 

การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ / เพื่อประโยชน์สาธารณะ

6

เพื่อการบริหารจัดการข้อร้องเรียน การสอบสวนข้อเท็จจริง หรือเพื่อการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการรักษาความปลอดภัยของศูนย์การเรียน

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย

7

เพื่อการบริหารจัดการด้านการป้องกัน มาตรการบรรเทาอุบัติเหตุและอุบัติภัย การดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักเรียน ผู้ปกครอง และบุคคลอื่นที่เข้ามาภายในอาคารและสถานที่ รวมถึงการดูแลทรัพย์สินของศูนย์การเรียนไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าออกเขตหวงห้าม ตลอดจนการตรวจสอบดูแลความสงบเรียบร้อย

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย / การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ

 

ข้อ 3. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

3.1 ศูนย์การเรียนจะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับ และจะไม่เปิดเผย ถ่ายโอนข้อมูลดังกล่าว ยกเว้นศูนย์การเรียนอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ให้แก่บุคคลที่สามที่ศูนย์การเรียนได้ว่าจ้างให้ดำเนินการในการรักษาความปลอดภัย เช่น ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัย โดยบุคคลที่สามดังกล่าวจะทำหน้าที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล และหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานอัยการ ศาล เป็นต้น หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจในการขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ เป็นต้น 

3.2 ศูนย์การเรียนจะกำหนดให้ผู้ที่ได้รับข้อมูลมีมาตรการปกป้องข้อมูลของท่านอย่างเหมาะสม และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้มีการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจโดยมิชอบ รวมถึงจะดำเนินการภายใต้วัตถุประสงค์ที่กำหนดในประกาศฉบับนี้ หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กฎหมายกำหนดให้กระทำได้เท่านั้น โดยในกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าต้องได้รับความยินยอมจากท่าน ศูนย์การเรียนจะขอความยินยอมจากท่านก่อน

ข้อ 4. การส่งหรือการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

โดยหลักการแล้ว ศูนย์การเรียนไม่มีนโยบายส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกการเข้า-ออก) ไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นต้องใช้บริการระบบคลาวด์ (Cloud) ที่มีเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ ศูนย์การเรียนจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า ประเทศปลายทาง องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้รับข้อมูลในต่างประเทศนั้นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเพื่อทำให้แน่ใจว่าการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปต่างประเทศเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด 

ข้อ 5. ระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

5.1 ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ของการประมวลผล ตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้ แบ่งได้ดังนี้

  1. ในกรณีทั่วไปศูนย์การเรียนจะเก็บรักษารายชื่อผู้ติดต่อ พร้อมบันทึกเวลา เข้า-ออก ไว้ 5 (ห้า) ปี นับถัดจากปีที่ได้รับข้อมูลจากท่าน เพื่อประโยชน์ในการรักษาความปลอดภัย และให้สอดคล้องกับระยะเวลาตลอดหลักสูตรการศึกษา เว้นแต่ในบางกรณีหากศูนย์การเรียนเก็บสำเนาเอกสารการยืนยันตัวตนของท่านไว้ ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นไว้ 1 (หนึ่ง) ปี นับถัดจากปีที่ได้รับข้อมูลจากท่าน 
  2. สำหรับข้อมูลภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวที่บันทึกผ่านระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือระบบรักษาความปลอดภัย ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลา 45 (สี่สิบห้า) วัน นับแต่มีการบันทึกภาพ (โดยระบบอาจทำการบันทึกทับข้อมูลเดิมเมื่อครบกำหนดเวลา) 
  3. สำหรับข้อมูลที่ถูกจดบันทึกลงในสมุดบันทึกผู้มาติดต่อ ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาสมุดบันทึกดังกล่าวไว้เป็นระยะเวลา 5 (ห้า) ปี นับจากวันที่บันทึกข้อมูลหน้าสุดท้าย หรือตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบย้อนหลังด้านความปลอดภัย
  4. ในกรณีมีการขอใช้สิทธิตามที่ระบุในประกาศฉบับนี้ ศูนย์การเรียนจะเก็บหลักฐานประวัติการใช้สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไว้ 1 (หนึ่ง) เดือน นับถัดจากเดือนที่ศูนย์การเรียนพิจารณาคำขอของท่านแล้วเสร็จ
  5. กรณีอื่น ๆ ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็นตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ของศูนย์การเรียน และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ กรณีที่ไม่สามารถกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลได้ชัดเจน ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลไว้ตามระยะเวลาที่อาจคาดหมายได้ตามมาตรฐานของการเก็บรวบรวม ทั้งนี้ หากมีการดำเนินการทางศาล ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกจัดเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาใด ๆ ในการดำเนินการที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จากนั้นข้อมูลของท่านจะถูกลบหรือเก็บตามที่กฎหมายอนุญาต

5.2 เมื่อพ้นระยะเวลาที่กำหนดแล้ว ศูนย์การเรียนจะดำเนินการลบ ทำลาย ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือดำเนินการอื่นใดตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เพื่อให้การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ศูนย์การเรียนจะเก็บรักษาข้อมูลบางอย่างไว้นานกว่าที่ระบุข้างต้น หากจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจผู้เกี่ยวข้อง และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือโดยชอบตามกฎหมาย 

ข้อ 6. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ศูนย์การเรียนเคารพสิทธิส่วนบุคคลของท่าน และเปิดโอกาสให้ท่านสามารถเลือกวิธีการควบคุม หรือวิธีการที่ศูนย์การเรียนใช้ติดต่อท่าน โดยศูนย์การเรียนจะปฏิบัติตามที่ท่านได้ร้องขอ เพื่อช่วยให้เกิดความโปร่งใส และเพื่อคุณภาพของข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูล ท่านมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยท่านสามารถส่งคำขอให้ศูนย์การเรียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านช่องทางที่ศูนย์การเรียนกำหนดในการดำเนินการตามสิทธิ ดังต่อไปนี้

  1. สิทธิขอถอนความยินยอม: หากท่านได้ให้ความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับศูนย์การเรียน ทั้งนี้ ศูนย์การเรียนขอแจ้งให้ท่านทราบว่า การเพิกถอนความยินยอมไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบ เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมาย หรือโดยสภาพไม่สามารถถอนความยินยอมได้ หรืออาจส่งผลให้ศูนย์การเรียนไม่สามารถดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์บางส่วนหรือทั้งหมดตามที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ได้ ทั้งนี้ หากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลใดของท่าน ศูนย์การเรียนได้อาศัยฐานความจำเป็นอื่น (เช่น ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย) ที่ไม่ใช่ฐานความยินยอม ศูนย์การเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธคำขอถอนความยินยอมของท่านในส่วนนั้น
  2. สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์การเรียน และขอให้ศูนย์การเรียนทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้ศูนย์การเรียนเปิดเผยว่าศูนย์การเรียนได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร เว้นแต่กรณีที่ศูนย์การเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมาย หรือคำสั่งของศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ หากเป็นการขอเข้าถึงหรือขอรับสำเนาภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือบันทึกการเข้า-ออก ศูนย์การเรียนขอสงวนสิทธิ์กำหนดให้ท่านต้องแสดงเอกสารบันทึกประจำวัน หรือเอกสารทางกฎหมายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุมัติ และเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นที่อาจปรากฏในข้อมูลดังกล่าว
  3. สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลอื่น ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะใช้บังคับได้เฉพาะกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เก็บรวบรวมด้วยฐานความยินยอม หรือฐานการปฏิบัติตามสัญญา และต้องเป็นข้อมูลที่จัดเก็บในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องมืออุปกรณ์อัตโนมัติเท่านั้น (ซึ่งโดยปกติอาจไม่ครอบคลุมถึงข้อมูลบันทึกการเข้า-ออกและภาพจากกล้องวงจรปิดของศูนย์การเรียน)
  4. สิทธิขอคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานประโยชน์สาธารณะของศูนย์การเรียน อย่างไรก็ตาม ศูนย์การเรียนอาจปฏิเสธคำขอคัดค้านของท่านได้ หากศูนย์การเรียนสามารถแสดงให้เห็นถึงเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า (เช่น ความจำเป็นในการใช้กล้องวงจรปิดหรือบันทึกการเข้า-ออกเพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่) หรือเพื่อการก่อตั้งและใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย
  5. สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกประมวลผลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าศูนย์การเรียนหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในประกาศฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ศูนย์การเรียนอาจปฏิเสธคำขอของท่านได้หากการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว (เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด หรือบันทึกการเข้า-ออก) ยังมีความจำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาความปลอดภัย หรือเพื่อการก่อตั้งและใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมายของศูนย์การเรียน
  6. สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลของท่านชั่วคราว ในระหว่างที่ศูนย์การเรียนดำเนินการตรวจสอบตามคำร้องขอแก้ไขหรือขอคัดค้านของท่าน หรือเมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นแต่ท่านขอให้เก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐานทางกฎหมายแทนการลบทำลาย ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้บังคับได้กับระบบรักษาความปลอดภัย (เช่น กล้องวงจรปิด หรือสมุดบันทึกการเข้า-ออก) เนื่องจากเป็นข้อมูลที่จำเป็นต้องประมวลผลอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยของพื้นที่
  7. สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ทั้งนี้ สิทธิดังกล่าวจะไม่ครอบคลุมถึงการขอแก้ไข ดัดแปลง หรือตัดต่อข้อมูลภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวที่ถูกบันทึกไว้ด้วยระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) หรือภาพถ่ายเพื่อการยืนยันตัวตน เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานตามสภาพความเป็นจริง
  8. สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อศูนย์การเรียนผ่าน แบบฟอร์มร้องเรียนการประมวลผลข้อมูล หรือผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 7. วิธีการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล

7.1 การร้องขอใด ๆ เพื่อการใช้สิทธิของท่านจะต้องกระทำเป็นลายลักษณ์อักษรผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งศูนย์การเรียนได้จัดให้มีขึ้นในเว็บไซต์ของศูนย์การเรียน หรือกรอกข้อมูลผ่าน แบบฟอร์มคำขอใช้สิทธิของศูนย์การเรียน ทั้งนี้ ศูนย์การเรียนจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะดำเนินการภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล และไม่เกินระยะเวลา 30 วัน นับแต่ได้รับคำร้อง อย่างไรก็ดี ศูนย์การเรียนมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่าน ในกรณีที่มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือเป็นการปฏิเสธตามคำสั่งศาล หรือหากศูนย์การเรียนดำเนินการตามคำขอของท่านจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น โดยศูนย์การเรียนจะดำเนินการบันทึกการปฏิเสธคำร้องขอพร้อมด้วยเหตุผลไว้ ทั้งนี้ หากปรากฏอย่างชัดเจนว่าคำร้องขอของท่านเป็นคำร้องขอที่ไม่สมเหตุสมผล หรือคำร้องขอฟุ่มเฟือยศูนย์การเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินการตามที่ท่านร้องขอในอัตราที่ศูนย์การเรียนกำหนด

7.2 ศูนย์การเรียนจะพยายามอย่างเต็มที่ตามความสามารถของระบบงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกและดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน เว้นแต่จะปรากฏข้อเท็จจริงว่า การดำเนินการตามคำร้องขอนั้นเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งานรายอื่น หรือเป็นการขัดต่อกฎหมาย หรือนโยบายความปลอดภัยของระบบ หรือกรณีที่เป็นการพ้นวิสัยในทางปฏิบัติตามคำร้องขอ เนื่องมาจากเหตุทางเทคนิค 

7.3 ในบางสถานการณ์ศูนย์การเรียนอาจขอให้ท่านพิสูจน์ตัวตนของท่านก่อนการใช้สิทธิเพื่อความปลอดภัยของท่านเอง โดยบางครั้งอาจเกิดข้อจำกัดในการขอใช้สิทธิของท่านบางประการ ซึ่งศูนย์การเรียนจะทำการชี้แจงให้ท่านทราบหากไม่สามารถปฏิบัติตามคำร้องขอใช้สิทธิของท่านได้ 

7.4 หากเป็นกรณีกิจกรรมที่ศูนย์การเรียนทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามฐานเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือฐานการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ศูนย์การเรียนมีสิทธิปฏิเสธการใช้สิทธิของท่านในกรณีที่ท่านใช้สิทธิโต้แย้ง หรือขอระงับการใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่าน และขอให้ดำเนินการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับท่านได้ รวมถึงศูนย์การเรียนอาจปฏิเสธที่จะดำเนินการตามคำร้องขอของท่าน หากศูนย์การเรียนมีความจำเป็นที่จะต้องเก็บข้อมูลต่อไป

7.5 ศูนย์การเรียนจำเป็นต้องแจ้งให้ทราบว่า การขอใช้สิทธิของท่านบางประการ อาจเกิดข้อจำกัด ในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อศูนย์การเรียนในการปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยของศูนย์การเรียนและบริเวณรอบข้าง ทรัพย์สินของศูนย์การเรียน ความปลอดภัยในบริเวณกิจกรรม ความปลอดภัยของตัวท่านเอง

ข้อ 8. มาตรการการรักษาความปลอดภัย

มาตรการการรักษาความปลอดภัย ศูนย์การเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งศูนย์การเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน

ศูนย์การเรียนกำหนดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีอำนาจหรือโดยขัดต่อกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐาน นโยบาย และวิธีปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของบริษัทในกลุ่มเลิร์น คอร์ปอเรชั่น (Learn Corporation) ซึ่งศูนย์การเรียนได้นำมาปรับใช้เป็นมาตรฐานร่วมกัน ทั้งนี้ รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1) กำหนดนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน

2) จำกัดสิทธิบุคลากรในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล 

3) ตรวจสอบสถานะบุคคลภายนอกและผู้ให้บริการ โดยจัดให้มีข้อตกลงหรือสัญญากับผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processor) เพื่อกำหนดหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล 

4) ประเมินผลและทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

ข้อ 9. ช่องทางการติดต่อศูนย์การเรียน

ศูนย์การเรียนได้มอบหมายให้ บริษัท ออนดีมานด์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้ประสานงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของศูนย์การเรียน ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลมีข้อสงสัยใด ๆ หรือต้องการใช้สิทธิตามที่กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติม ผ่านช่องทาง ดังนี้

เรื่องเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล : ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล: (Data Protection Officer)

อีเมล : [email protected]

ที่อยู่ : 444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 14 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

เรื่องทั่วไป:  ติดต่อศูนย์การเรียนเครสท์สคูล

อีเมล [email protected] 

ที่อยู่ :  444 อาคารเอ็ม บี เค ทาวเวอร์ ชั้น 12A ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

หมายเลขโทรศัพท์   :  065-954-3645

ข้อ 10. การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง ศูนย์การเรียนขอสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ทบทวน และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวที่จะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ได้เผยแพร่ต่อไปโดยมิต้องแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ เพื่อความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการให้บริการ ดังนั้น ศูนย์การเรียนจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวทุกครั้งที่เยี่ยมชม หรือใช้บริการจากศูนย์การเรียน หรือเว็บไซต์ของศูนย์การเรียน

 

ประกาศ ณ วันที่  15 กรกฎาคม 2569 

Crest Scool Bangkok

Reach us through